ชุมชนวัดทิพวาส

    ประวัติชุมชนวัดทิพวาส

             ในปี พ.ศ.2423 ชาวไทยเชื้อสายรามัญ หรือ ชาวมอญ ได้ชักชวนพากันมาจากแขวงท่าข้าม เขตบางขุนเทียน กรุงเทพมหานคร โดยเดินมาด้วยทางเรือ มาสร้างบ้านเรือนอยู่ในชุมชนริมคลองลำก่อไผ่หรือคลองลำก่อไผ่ จากนั้นมาจนถึงปัจจุบันนี้ (พ.ศ.2549) เป็นระยะเวลาถึง 126 ปี ผู้นำในการย้ายถิ่นฐานและเป็นหัวหน้าในการจัดสร้างวัดขึ้นเป็นครั้งแรกนั้น คือ สมิงภักดีณรงค์ (ต๊ะ) ออกเสียงเป็นรามัญว่า ต๊ะ นามสกุล สมใจ และนอกจากท่านจะเป็นหัวหน้าในการจัดสร้างหรือตั้งวัดขึ้นในยุคแรกดังกล่าวแล้ว ท่านยังได้มีชื่อปรากฏในเอกสารสิทธิ์ คือโฉนดที่ดินของวัด เมื่อ ร.ศ.122 ซึ่งตรงกับ พ.ศ.2446 ว่าเป็นไวยาวัจกรของวัดในยุคเดียวกัน การย้ายถิ่นฐานทางเรือแต่แรกนั้น มาด้วยกัน 3 ครอบครัว คือตั้งบ้านเรือนอยู่ต้นคลอง1 ครอบครัว กลางคลอง 1ครอบครัว และปรายคลอง 1 ครอบครัว ครอบครัวที่อยู่ต้นคลอง ได้ ตระกูล สมใจ เป็นตระกูลของ สมิงภักดีณรงค์ ตะ สมใจ ครอบครัวที่มาตั้งบ้านเรือนอยู่กลางคลอง ได้แก่ ตระกูล อมรปาน เป็นต้นตระกลูของนายเทียน อมรปาน และครอบครัวที่อยู่ปลายคลอง ได้แก่ ตระกูลอู่อ้น เป็นตระกูลของนายริด อู่อ้น การย้ายมาครั้งแรกนั้น ต่องล่องเรือมาตามแม่น้ำลำคลอง กระทั่งมาถึงปากคลองประเวศบุรีรมย์ในพื้นที่เขตพระโขนง วันแรกที่เดินทางมายังไม่ถึงจุดหมายปลายทาง เวลาพลบค่ำ จึงได้หยุดพักผ่อนจอดเรือนอนที่วัดมหาบุศย์ แขวงสวนหลวง วันรุ่งขึ้นได้ออกเดินทางต่อไปทางทิศตะวันออกตามลำคลองประเวศบุรีรมย์ แต่ยังไม่ถึงจุดหมายเช่นกัน ทั้งหมดได้ล่องเรือไปถึงสี่แยกหัวตะเข้ ในพื้นที่แขวงทับยาว เขตลาดกระบัง ได้จอดพักผ่อนนอนที่นี่อีก1คืนรุ่งขึ้นล่องเรือออกเดินทางต่อจากสี่แยกหัวตะเข้ไปยังจุดที่มุ่งหมายตามลำคลองทางทิศเหนือ คลองนี้ชื่อคลองลำปลาทิว ต้องใช้เวลาเดินทางอีกเกือบทั้งวัน เพราะในลำคลองเต็มไปด้วยหญ้าและผ้าตบชวา ไม่สามารถจะแจวและพายเรือได้ต้องใช้ถ่ออย่างเดียวตลอดทางจึงถึงจุดหมาย คือ คลองลำก่อไผ่ แขวงลำปลาทิว เขตลาดกระบัง สมัยนั้น ในสองฝั่งคลองนี้ ไม่มีต้นไม้ใหญ่ยืนต้นแม้แต่ต้นเดียว มีแต่ไม้ไผ่ ขึ้นอยู่เพียงกอเดียวที่ยืนต้นอยู่ตระหง่านอยู่ ด้วยเหตุนี้ ลำคลองนี้จึงได้ชื่อว่า "ลำก่อไผ่" ส่วนตำบลหรือแขวงแห่งนี้ได้ชื่อว่า "ลำปลาทิว " นั้นเนื่องจากในสมัยนั้นสถานที่แห่งนี้มีปลาชุกชุมมากมองเห็นเป็นทิวแถวมากกว่าสถานที่แห่งอื่น และมีเรื่องเล่าว่า ถ้าจะแกงปลาหรือใช้ปลาเป็นอาหารในการบริโภค ให้ตำนำ้พริกหรือเตรียมเครื่องปรุงไว้ก่อนได้แล้วไปหามาหุงต้มได้เลย โดยไม่ต้องหาปลามาจับขังไว้ อันเป็นที่มาของชื่อว่า ลำปลาทิว ด้วยเหตุดังกล่าวมานี้ ทางฝ่ายการปกครองบ้านเมือง จึงได้นำมาตั้งเป็นชื่อตำบลหรือแขวงอย่างที่ใช้กันมาในปัจจุบัน ประชาชนที่มาแต่แรกทั้งหมดได้ประกอบอาชีพการเกษตรกรรม. ทำนา ปลูกข้าว เพราะสภาพพื้นที่ในขณะนั้นเหมาะแก่การทำนาปลูกข้าว แต่การยึดอาชีพในการปลูกข้าวมีอุปสรรคอยู่บ้างพอสมควร เนื่องจากพื้นที่ทั่วๆ ไป เป็นป่าละเมาะ ต้องหักร้างถางพงที่เป็นอุปสรรคขึ้นออกเสียก่อนจึงจะทำนาปลูกข้าวได้ ส่วนการเลือกพื้นที่ทำนาปลูกข้าวนั้นแล้วแต่ใครจะเลือกที่แห่งใดหรือตรงไหนก็ได้ เพราะเป็นสภาพพื้นที่ยังเป็นดินรกร้างว่างเปล่า ไม่มีใครหรือผู้ใดถือกรรมสิทธิ์เป็นเจ้าของ ต่อมาได้มีปนะชาชนต่างๆ มาตั้งรกรากและยึดอาชีพทำนาปลูกข้าวมากขึ้น ประชาชนที่มาอยู่คราวแรกๆ ที่เกี่ยวข้องกับวัด เนื่องจากประชาชนชาวบ้านทั้งหมดนับถือพระพุทธศาสนา กิจวัตรของผู้นับถือพระพุทธศาสนาตามหลักที่ ทำคือ การให้ทาน การรักษาศลี การเจริญภาวนา และการฟังเทศน์ ฟังธรรมตามโอกาส และความสามารถที่จะทำได้ สถานที่ จะประกอบการกุศล ตามกล่าวที่ดังนี้ ก็คือวัด แต่วัดที่จะประกอบกิจเหล่านี้ ของประชุมชนหรือชุมชนแห่งนี้โดยเฉพาะนั้นยังไม่มี ยังไม่ได้ก่อสร้าง ดังนั้นเมื่อเกิดศรัทธาต้องการจะประกอบกิจการกุศลตามที่กล่าวมาก็ต้องไปประกอบทำกันที่วัดซึ่งอยู่ใกล้เคียงที่สุดในขณะก็นั้น คือ "วัดอู่ตะเภา" อยู่ในแขวงลำผักชี เขตหนองจอก ห่างชุมชนชาวบ้านลำก่อไผ่ประมาน3กิโลเมตร แต่การไปมาไม่สะดวกเพราะถนนหนทางไม่มี หน้าแล้งต้องลัดทุ่งนาไป แต่ถ้าเป็นหน้าที่ก็ต้องไปทางเรือ พาย แจว และถ่อไปกันในลำคลองก็เต็มไปด้วยหญ้าและผักชวา ต้องใช้เวลาในการเดินทางมาจากชุมชนไปถึงวัดอู่ตะเภา ล่องเรือคดเคี้ยวไปตามลำคลองประมาน4กิโลเมตร การเดินทางจึงได้รัยความขัดข้อง และลำบากมากพอสมควร เพื่อความสะดวกและประหยัดเวลาในการเดินทางด้วย เหตุดังกล่าวมานี้ชาวชุมชนจึงได้คิดสร้างและตั้งเป็นวัดขึ้น ส่วนบรรบุรุษที่เป็นต้นเหตุให้ร่วมกันจัดสร้างเป็นวัดขึ้นครั้งแรกนั้นก็เป็นชาวเชื้อสายรามัญที่ย้ายถิ่นฐานกันมาแต่แรก ซึ่งมีท่าน สมิงภักดีณรงคฺ (ตะ สมใจ ) เป็นหัวหน้า ได้เรียกประชุมกลุ่มชุมชนทั้งหมด มาร่วมปรึกษาหารือกันที่จัดสร้างขึ้น ปรากฏในที่ประชุมก็เห็นดีเห็นชอบด้วย จากนั้นก็ได้ร่วมกันบริจาคและสร้างวัดขึ้น เพื่อสถานที่ยึดเหนี่ยว เป็นหลักในการประกอบการกุศลของชาวชุมชุนต่อไปวัดทิพพาวาส นี้ชื่อเดิมที่ปรากฏตามเอกสารของราชการบ้าง และที่ประชาชนนิยมเรียกกันบ้างว่า วัดธิปะสะ, วัดทิพาวาศ, วัดทุ่งแสนแสบลำบึงใหญ่, วัดลำก่อไผ่, วัดต้นไทร

    Read 410 times
    © 2018 Thai Local Wisdom. All Rights Reserved. Designed By Agritech