ชุมชนหัวตะเข้

    ชุมชนหัวตะเข้

                      “ ตลาดหัวตะเข้ ” “ ตลาด ” สำหรับคนไทยเป็นอะไรมากกว่า “ ตลาด ” ชุมชน สังคม ความเป็นอยู่ ต้องมีความเป็น “ ตลาด ” เข้ามาเกี่ยวข้องเสมอ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในสังคมไทยที่มีความผูกพันทางด้านวัฒนธรรมและขนบธรรมเนียมต่าง ๆ ทำให้เกิดความหลากหลายในรูปแบบของตลาดซึ่งถูกประกอบขึ้นมาจากผู้คนที่ต้องการการแลกเปลี่ยนสินค้า คนต้องการสินค้าและบริการ สินค้า
    ต่าง ๆ ที่มีมาแลกเปลี่ยนและทุกสิ่งที่อยู่ในนั้นทั้ง สถานที่ บรรยากาศ สิ่งแวดล้อม ผู้อยู่อาศัย สัตว์และสิ่งของ ฯลฯ และเฉกเช่นทุกสิ่งในโลกที่มีวัฏจักร เกิดขึ้นดำรงอยู่ และจากไปตามกาลเวลา ตลาดที่เกิดขึ้นมานิยมมากในระยะแรกต่อมาเป็นสิ่งที่คุ้นเคยและจืดจางไปตามกาลเวลา แต่ยังคงมีตลาดที่ดำรงอยู่หลายสิบปี จนกระทั่งเป็นร้อยปีจึงเรียกว่า “ ตลาดเก่า ” แม้ว่าปัจจุบันความเจริญและวิวัฒนาการของการทำตลาดจะเข้าแทรกซึมในความเป็นอยู่ของคนไทยขึ้น ซึ่งเป็นการค้ารูปแบบใหม่ที่เรียกว่า
    “ โมเดิร์นเทรด (Modern Trade) ” ที่มีสิ่งอำนวยความสะดวกมากมายและสินค้าที่หลากหลาย แต่ผู้คนยังต้องการที่จะสัมผัสถึง “ ตลาด ” ที่มีความเข้มขลังโบราณมีเรื่องเล่าสั่งสมมาจากระยะเวลา ส่วนประกอบ สภาพแวดล้อม สังคม ฯลฯ ทำให้ตลาดเหล่านั้นปรับตัวเพื่อรองรับความต้องการ นั้นจึงเป็นที่มาของ “ ตลาดโบราณ ” หรือ “ ตลาดเก่า 100 ปี ”

    “ ตลาดหัวตะเข้ ” และความเป็นมาเป็นไป “ ตลาดหัวตะเข้  ”

     ก็เป็นอีกหนึ่ง “ตลาดเก่า” ที่มีความเป็นมายาวนาน หรือที่สมัยก่อนเรียกกันว่า “ตลาดเก่าเรือนไม้ หลวงพรต-ท่านเลี่ยม” ตั้งตามชื่อ หลวงพรต และท่านเลี่ยม ผู้บริจาคที่ดินให้สร้างตลาดเรือนไม้ริมน้ำนี้ขึ้นมาตลาด เก่าหัวตะเข้ เป็นตลาดที่มีอายุเก่าแก่นับ 100  ปีตั้งอยู่ในเขตลาดกระบัง ในสมัยก่อนตลาดหัวตะเข้านั้นเป็นตลาดน้ำ ที่มีชาวบ้านพายเรือมาขายของกันอย่างคึกคัก เป็นจุดกระจายสินค้าที่สำคัญในสมัยก่อน เนื่องจากอยู่ติดคลอง ประเวศน์บุรีรมณ์ จะมีผู้นำสินค้าของตนที่เป็นผลผลิตหรือผลิตภัณฑ์แปรรูปทางการเกษตรที่ได้จากฝั่งตะวันออก มาจัดจำหน่าย แลกเปลี่ยนกัน แต่ในปัจจุบันความเจริญและความทันสมัยทางด้านตนคมนาคมเข้ามาคือมีถนนสายใหญ่ที่สำคัญหลายสายเข้ามาถึงจึงทำให้ตลาดเริ่มไม่เป็นที่นิยมบรรยากาศค่อนข้างซบเซา เหลือร้านค้าริมน้ำเพียงไม่กี่ ร้าน และก็อาจเป็นผลมาจากเมื่อปี พ.ศ. 2541 ได้เกิดเหตุการณ์ไฟไหม้ขึ้นในบริเวณตลาดริมน้ำแต่ที่สำคัญที่สุดคือ การขาดความเอาใจใส่ที่จะพัฒนาและปรับปรุงตลาดจากทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องไม่ว่าจะเป็นทางภาครัฐ และเอกชนรวมถึงการอพยพเข้าและออกของผู้คนในชุมชน ทำให้ ตลาดแห่งนี้ไม่สามารถรักษาความเป็นตัวตนของตัวเองไว้ได้ และทำให้ตลาดน้ำแห่งนี้ค่อย ๆ ถูกลดบทบาทและความสำคัญในแง่แหล่งเชื่อมโยงทางเศรษฐกิจและสังคมที่โดดเด่น จนใกล้หมดลมหายใจ

    Read 186 times
    © 2018 Thai Local Wisdom. All Rights Reserved. Designed By Agritech